AI in Your [Emotive] Area: ภาพฝัน ศรัทธา และใจประดิษฐ์


ภาพประกอบบทความที่คุณเห็นอยู่นี้ มีภาพหนึ่งที่ไม่ได้สร้างขึ้นโดยมนุษย์ คุณเดาได้ไหมว่าเป็นภาพไหน

*มีเฉลยท้ายบทความ*


Tech By True Digital ครั้งนี้ เราจะพาไปสำรวจการทำงานของ AI ว่า นอกเหนือจากการทำงานที่เลียนแบบระดับการรับรู้และประมวลผลสติปัญญาแบบมนุษย์ (Cognitive Functions) แล้ว AI ยังถูกพัฒนาให้ก้าวเข้ามายังดินแดนของความรู้สึกนึกคิดหรืออารมณ์ (Emotive Area) ในแง่มุมใดที่เราอาจไม่เคยคาดคิดได้บ้าง


Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ เคยถูกมองว่าไม่สามารถเข้ามาทดแทนมิติที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิด หรืองานสร้างสรรค์ที่ต้องใช้ความสุนทรียภาพทางอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในวันนี้ คำกล่าวนี้อาจไม่เป็นจริงอีกต่อไป เมื่อเราได้เห็นการทำงานของ AI ที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ใช้ความรู้สึกนึกคิดมากขึ้น แม้กระทั่งภาพประกอบของบทความนี้ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากโปรแกรมสร้างภาพศิลปะโดยปัญญาประดิษฐ์จากข้อความที่ถูกป้อนเข้าไป AI ในทุกวันนี้จึงมีอีกมิติที่เป็นมากกว่าเทคโนโลยีทรงพลังของอัลกอริธึม เป็นมากกว่ากลไกหลักของหุ่นยนต์ในภาคการผลิตและบริการ มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในบ้าน มากกว่าการอยู่ในการดำเนินชีวิตประจำวันที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ได้เข้ามาสู่ชีวิตของเราในมิติของอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ชีวิตจิตใจ และความศรัทธา



AI กับศาสนา


องค์กรทางศาสนาหลายองค์กรเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่คำสอน เช่น แอปพลิเคชันที่ช่วยในเรื่องการอ่านคำสวดมนต์และตารางการสวดมนต์ประจำวัน หรือ หุ่นยนต์ Peppa ในญี่ปุ่นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและพิธีศพ และล่าสุด AI ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนาในอีกระดับ เมื่อทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโตได้สร้าง AI 'Buddhabot' ให้คนแชทคุยกับพระพุทธเจ้าผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลาเกี่ยวกับความกังวลในปัจจุบันและประเด็นทางสังคมต่าง ๆ


ทีมนักวิจัยใช้อัลกอริธึมที่ชื่อว่า "BERT" ของ Google ในการพัฒนา Bhuddhabot โดยป้อนข้อมูลพระไตรปิฎกเข้าไปในระบบ โดยมีพระสุตตันตปิฎก ซึ่งเป็นคัมภีร์พุทธที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อันมีเนื้อหาประกอบด้วยพระวินัยปิฏก พระสุตตตันปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก หรือที่เรียกย่อว่า พระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม เป็นเนื้อหาหลัก ที่ทำให้ AI 'Buddhabot' สามารถตอบได้ถึง 1,000 คำตอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับเนื้อหาและข้อความคำปรึกษาของผู้ใช้งาน


ทั้งนี้ เนื้อหาของคำตอบนั้นจะเหมือนกันโดยไม่เกี่ยวกับอายุหรือเพศของผู้ใช้ อาทิ "ฉันจะมีความสุขกับตัวเองในทุกวันได้อย่างไร เมื่อฉันไม่สามารถออกไปดื่มสังสรรค์ข้างนอกได้เพราะไวรัสโควิด-19" พระพุทธเจ้าใน AI 'Buddhabot' จะตอบว่า “การจะมีชีวิตที่สงบ สะอาดได้นั้น ต้องชำระตัวเองให้บริสุทธิ์ก่อน มีน้ำใจต่อกัน และใช้เวลากับคนที่สะอาดบริสุทธิ์เช่นกัน”


ผู้ใช้งานสามารถป้อนคำถามได้ทั้งทางข้อความและเสียง โดยพระพุทธเจ้าบนหน้าจอสมาร์ตโฟนก็จะตอบคำถามนั้น ๆ เหมือนได้สนทนากับพระพุทธเจ้าจริง ๆ ซึ่ง AI 'Buddhabot' เป็นการผสมผสานเทคโนโลยี AI ผ่านระบบการสนทนา และเทคโนโลยี AR ผ่านฟังก์ชันกล้อง ที่ทำให้ในขณะที่ใช้งาน ผู้ใช้จะเห็นภาพของพระพุทธเจ้าลอยอยู่บนพื้นหลังที่เป็นสถานที่จริงที่ผู้ใช้งานอยู่ ณ ขณะนั้น