top of page

10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ปี 2023 EP. 1



เข้าสู่ปีใหม่และยังอยู่ในช่วงต้นปีเช่นนี้ ถือเป็นธรรมเนียมที่ Tech By True Digital จะพาไปดูการคาดการณ์เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตผู้คน ซึ่งในปีนี้ Gartner ได้ออกมาคาดการณ์เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ในปี 2023 หรือ Gartner Top 10 Strategic Technology Trends for 2023 ที่เป็นประโยชน์สำหรับองค์กรธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์องค์กร นำไปปรับให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจของตนเอง เพื่อให้บริการกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการสร้างเส้นทางธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนและสังคม


Gartner รวบรวมมาเป็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1) Optimize การเพิ่มประสิทธิภาพ 2) Scale การขยายตัว 3) Pioneering การบุกเบิก และ 4)Sustainable Technology เพื่อความยั่งยืน


โดย EP. แรกนี้ เราจะพาไปทำความรู้จัก 2 กลุ่มแรก คือ 1) Optimize หรือการเพิ่มประสิทธิภาพ และ 2) Scale การขยายตัว



Theme 1: Optimize

เพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความไว้วางใจ

เทรนด์เทคโนโลยีของกลุ่มนี้คือการพัฒนาให้ระบบไอทีมีความน่าเชื่อถือและให้ผู้คนไว้วางใจ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และคงไว้ซึ่งคุณค่าและความชาญฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการผลิต


1. Digital Immune System (DIS) หรือ ภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัล

คือระบบไอทีที่ผสมผสานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อเตรียมตัวในการป้องกันและตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและความปลอดภัยให้กับระบบ อาทิ ระบบสังเกตการณ์ ระบบอัตโนมัติ การทดสอบขั้นสูง การตอบสนองความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งด้านความปลอดภัย และการล่มของระบบ รวมถึงการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ โดย DIS เป็นโซลูชันที่มีความสำคัญกับธุรกิจเพราะถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบมีความยืดหยุ่น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น และยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าและผู้ใช้งานอีกด้วย


2. Applied Observability หรือการสังเกตประยุกต์

เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบไอทีด้วยการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อตรวจหาปัญหาโดยการสังเกตและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ของเทคโนโลยีและข้อมูลจากองค์กรเอง ทั้ง Input และ Output โดย Input เช่น แอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ Output คือ ธุรกรรมทางธุรกิจ ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน และประสบการณ์ของผู้ใช้งานแอปหรือลูกค้า ซึ่งมักจะสอดคล้องกับสถิติทางธุรกิจ เช่น สัดส่วนการขาย เป็นต้น หรือกระทั่งการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการเปลี่ยนจากการเฝ้าติดตามและตอบสนองต่อข้อมูล เป็นการนำข้อมูลนั้นไปใช้ในเชิงรุกในลักษณะที่บูรณาการกันทั่วทั้งองค์กร


โดยหลักการของ Applied Observability จะทำงานจากข้อมูลดังที่กล่าวมา โดยใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และเมื่อนำไปใช้อย่างเป็นระบบ จะสามารถลดเวลาในการตอบสนองและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจแบบเรียลไทม์ ช่วยแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ โดย Gartner มองว่า ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี Applied Observability มาช่วยในการดำเนินธุรกิจจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น


3. AI TRiSM

AI TRiSM ย่อมาจาก AI Trust, Risk and Security Management เป็นกรอบการทำงานที่กำกับดูแล AI ให้ทำงานได้อย่างมีความน่าเชื่อถือ มีความยุติธรรม มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และมีความปลอดภัย เนื่องจาก AI นั้นนับวันยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นและมีการนำข้อมูลมาพัฒนาระบบ AI อยู่ตลอด ดังนั้น องค์กรที่มีการใช้งาน AI เพื่อธุรกิจจึงต้องกำกับดูแลการทำงานของ AI ด้วยการนำธรรมาภิบาลและกรอบการกำกับดูแลแบบ AI TRiSM มาใช้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยต้องสามารถอธิบายการทำงานของ AI ได้อย่างโปร่งใส มีการจัดการความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ปกป้องความเป็นส่วนตัวและควบคุมปัญหาที่อาจเกิดขึ้นด้วยจริยธรรม ซึ่ง Gartner มองว่าการนำ AI TRiSM มาใช้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับการปกป้อง มีความเชื่อมั่นใน AI และเกิดการยอมรับในการใช้งานในที่สุด


Theme 2: Scale

ขยายตัวเพื่อรองรับการทำงาน และการเชื่อมต่อ

เทรนด์เทคโนโลยีของกลุ่มนี้คือ การพัฒนาให้ระบบไอทีสามารถขยายตัวเพื่อรองรับการทำงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วด้วยโซลูชันขั้นสูง เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ จำนวนมากได้ทุกที่ทุกเวลา


4. Industry Cloud Platforms

แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับอุตสาหกรรม เป็นการนำ IaaS (Infrastructure as a Service) หรือบริการโครงสร้างพื้นฐาน, PaaS (Platform as a Service) หรือบริการแพลตฟอร์มที่มีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และ SaaS (Software as a Service) หรือบริการซอฟต์แวร์ มารวมเข้าไว้ด้วยกันเป็นแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ ซึ่งจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับฟังก์ชันการทำงานของแต่ละอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ โดยหลักแล้ว เทรนด์เทคโนโลยีนี้คือการนำระบบคลาวด์มาใช้ในองค์กรมากขึ้นเพื่อการเก็บข้อมูล ซึ่งจะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อของข้อมูลที่ทำได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดการสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมและโซลูชันใหม่ ๆ ที่สร้างมูลค่าได้อย่างรวดเร็ว โดยแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับอุตสาหกรรมนั้นถือเป็นการรองรับการขยายตัวของทั้งธุรกิจและองค์กรที่มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับความคิดริเริ่มใหม่ ๆ และสร้างความแตกต่างของธุรกิจ


5. Platform Engineering

หรือแพลตฟอร์มด้านวิศวกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งมอบชุดเครื่องมือ ความรู้ความสามารถ และกระบวนการที่ถูกคัดสรรมาแล้วในการพัฒนาระบบใดระบบหนึ่ง มารวบรวมเอาไว้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อให้นักพัฒนาระบบ ไอที วิศวกรข้อมูล และผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบ ใช้บริการต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มนี้


Platform Engineering จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้ให้สามารถพัฒนาระบบได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง และลดภาระของทีมพัฒนาอีกด้วย


6. Wireless-Value Realization

หรือการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของระบบไร้สาย ซึ่ง Gartner คาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีจากนี้ เทคโนโลยีไร้สายที่องค์กรใช้งานนั้น จะขยายขอบเขตให้เป็นมากกว่าการสื่อสาร แต่จะเป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ไร้สายจากทุกสิ่ง เช่น อุปกรณ์ IoT เซ็นเซอร์ มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ และจะเป็นมากกว่าการเชื่อมต่อ ตั้งแต่การตรวจจับเรดาร์ การติดแท็กแบบดิจิทัล การให้ข้อมูลตำแหน่งและข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์อื่น ๆ เป็นต้น องค์กรธุรกิจจะมองหาเครือข่ายที่ให้บริการได้มากกว่าการสื่อสาร เพราะเทคโนโลยีที่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของระบบไร้สายในอนาคตจะต้องสามารถรองรับอุปกรณ์จำนวนมากได้ ในราคาที่เหมาะสมเพื่อการขยายตัวของธุรกิจ


และนี่คือ 6 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์จากทั้ง 10 เทรนด์ ที่ Gartner Top 10 Strategic Technology Trends for 2023 คาดการณ์ว่าจะเป็นเทรนด์เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจในปี 2023 ใน EP. ถัดไป Tech By True Digital จะไปต่อกับอีก 4 เทรนด์เทคโนโลยีสุดท้าย เพื่อเป็นแนวทางสำหรับให้องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัว บุกเบิกโอกาสใหม่ ๆ และไม่ลืมทำเพื่อโลกอย่างยั่งยืน


#เทรนด์เทคโนโลยี


อ้างอิง:


Comentários


bottom of page