เทคโนโลยี AI เตือนภัย Heat Stroke



คำกล่าวที่ว่า เมืองไทยมีแต่หน้าร้อนกับหน้าร้อนกว่า ไม่เกินจริงเลย กับบางวันที่อุณหภูมิอาจสูงถึง 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะกับคนที่จำเป็นต้องใช้ชีวิต หรือทำกิจกรรมกลางแดด ความร้อนเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการป่วยต่าง ๆ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคลมร้อนหรือลมแดด หรือที่เรียกว่า ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อนที่มีความรุนแรงมากที่สุด และอาจมีอันตรายถึงชีวิต


เพราะเทคโนโลยีและนวัตกรรมถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของมนุษย์ Tech By True Digital พาไปดูตัวอย่างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยปกป้องผู้คนจากภาวะเจ็บป่วยเหล่านี้


โรคฮีทสโตรก เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวและควบคุมความร้อนในร่างกาย เนื่องจากการทำกิจกรรมอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานล้มเหลว โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือ ผู้ที่มีอาชีพทำงานกลางแจ้ง หรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น งานรับจ้าง ก่อสร้าง เกษตรกร หรือแม้แต่นักกีฬา ส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น


ข้อมูลจากกองระบาด กรมควบคุมโรค พบว่า ในประเทศไทย ระหว่างเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคมของปี 2558-2562 มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนโดยเฉลี่ยในแต่ละปีถึง 43 ราย โดยการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากฮีทสโตรกในช่วงหน้าร้อนนั้นไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน ด้วยสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จึงส่งผลโดยตรงต่อการเจ็บป่วยจากฮีทสโตรก ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และความรุนแรงที่มากขึ้นเช่นกัน


ทั้งนี้ เทคโนโลยีเพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อน ที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง หรือการจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเทคโนโลยีเพื่อบอกลักษณะของอากาศแวดล้อม ณ ขณะนั้น เช่น ค่าความชื้นสัมพัทธ์ อุณหภูมิ ดัชนีรังสี UV แบบเรียลไทม์ หรือ ค่าความเร็วลม เพื่อพิจารณาว่าปัจจัยแวดล้อมใดบ้างที่อาจเป็นอันตรายต่อคนทำงานหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานประเมินการพักงานกลางแจ้ง หรือประเมินการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศให้ต่ำลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการแจ้งเตือนถึงความเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกในรายบุคคล เพราะปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงนั้น ครอบคลุมไปถึงมิติต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล เช่น อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายแต่ละคน โรคประจำตัว ลักษณะเสื้อผ้าที่สวมใส่ และอุปกรณ์ป้องกันความร้อนต่างชนิดกัน ที่ล้วนส่งผลต่อการเกิดภาวะเจ็บป่วย


--- อุปกรณ์แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อนในอากาศ HATACS (Humidity And Temperature Alert Control System) ของกรมแพทย์ทหารบก ---

ที่มา: https://www.armyhealthinfo.com/main/page/431/th/


ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีมาที่นำปรับใช้เพื่อแจ้งเตือนสัญญาณการเกิดฮีทสโตรกจึงมีความสามารถที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น และมีการนำเทคโนโลยี AI และ Cloud เข้ามาใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลของร่างกายที่เป็นสัญญาณบ่งชี้การเกิดโรค โดยมีตัวอย่างเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อาทิ


ระบบ AI ตรวจวัดสีปัสสาวะและสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อประมวลผลความเสี่ยงจากฮีทสโตรก


เครื่องมือตรวจวัดสีปัสสาวะและสภาพอากาศแบบอัตโนมัติเพื่อประมวลความเสี่ยงและเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากฮีทสโตรก

ที่มา: https://www3.rdi.ku.ac.th/


นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญทองระดับโลกจากงานสิ่งประดิษฐ์นานาชาติแห่งเจนีวา ประจำปี 2021 (The 48th International Exhibition of Inven