TDG Story
ทรู ผนึก แอนท์เวิร์ค ผู้นำโดรนโลจิสติกส์ระดับโลก เปิดนวัตกรรม “โดรน AI” ยกระดับระบบขนส่งไทย สู่โลจิสติกส์อัจฉริยะแห่งอนาคต
กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบ โลจิสติกส์ของประเทศไทย โดย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแอนท์เวิร์ค (Antwork) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโลจิสติกส์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ตอกย้ำพันธกิจในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะในระดับภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาการจราจรในเมือง ความต้องการการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น และแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นที่มาสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ที่จะนำเสนอแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ด้วยโดรนยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย Physical AI ซึ่งช่วยให้โดรนสามารถรับรู้ สั่งการ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงได้แบบเรียลไทม์ เปิดมิติใหม่ของการขนส่งที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์การดำเนินงานของแอนท์เวิร์คในกว่า 60 เมืองทั่วประเทศจีน มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านสภาพแวดล้อมเมือง สภาพอากาศ และกฎระเบียบการบิน เพื่อให้สามารถขยายการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ โครงการนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว โดยการใช้โดรนในการขนส่งสามารถช่วยลดความแออัดบนท้องถนน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากระบบขนส่งแบบดั้งเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ในระยะแรก โครงการจะมุ่งเน้นการนำไปใช้ในภาคสาธารณสุข ซึ่ง “ความรวดเร็ว” และ “ความแม่นยำ” มีผลโดยตรงต่อชีวิตผู้ป่วย โดยเครือข่ายโดรนจะช่วยขนส่งตัวอย่างเลือด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และเวชภัณฑ์สำคัญระหว่างโรงพยาบาลและห้องแล็บได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและการให้บริการทางการแพทย์ ในระยะต่อไป จะขยายสู่การใช้งานในภาคธุรกิจ (B2B) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน และสร้างระบบกระจายสินค้าที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยโดรนสามารถช่วยขนส่งสินค้าได้รวดเร็วระหว่างคลังสินค้า โรงงาน และร้านค้า ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบโลจิสติกส์ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าศูนย์วิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการสร้างนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นโซลูชันที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คน ความร่วมมือกับ แอนท์เวิร์ค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีโดรนขั้นสูงมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับศักยภาพด้านนวัตกรรมในประเทศ เรามุ่งพัฒนาโมเดลโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับระบบขนส่งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล” ดร. จาง เล่ย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Antwork กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์ด้วย UAV เข้าสู่ประเทศไทย ด้วยการผสานประสบการณ์การดำเนินงานของเราเข้ากับระบบนิเวศนวัตกรรมของทรู เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ชาญฉลาด รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อถือได้” ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่เชื่อมโยงผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พันธมิตรในประเทศ และบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย โดยการบูรณาการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และโลจิสติกส์สีเขียว จะเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์อัจฉริยะยุคใหม่ ที่รองรับทั้งภาคสาธารณสุข ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคต เกี่ยวกับ Antwork Antwork เป็นผู้ให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ชั้นนำของประเทศจีน โดยเป็นบริษัทแรกที่ได้รับใบอนุญาต Specific Unmanned Aircraft Pilot Operation Approval Letter สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่เมือง จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) บริษัทมีระบบเทคโนโลยีโลจิสติกส์ UAV สำหรับเมืองที่ครบวงจร พร้อมประสบการณ์การดำเนินงานจริงในกว่า 60 เมือง ด้วยเที่ยวบินมากกว่า 600,000 เที่ยว ครอบคลุมหลากหลายการใช้งาน เช่น การขนส่งทางการแพทย์ การจัดส่งแบบ On-demand ภายในเมือง อีคอมเมิร์ซสินค้าอาหารสด บริการไปรษณีย์และขนส่ง รวมถึงการกระจายในพื้นที่มหาวิทยาลัย สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายระบบที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้
PR News
|
23/03/2026
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ต้อนรับ วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 (มินิ วปอ.) เยี่ยมชมดูงาน ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
24 กุมภาพันธ์ 2569 — ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษา หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 นำโดย พลตรีกิตติภัค ทองธีรธรรม ผู้อำนวยการสำนักวิทยาการความมั่นคง วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และนักศึกษากว่า 200 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานกิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถ.สุขุมวิท โดยมีผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำโดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป และดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “การปรับตัวเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Digital Reinvention ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่” โดยชี้ว่า โลกได้ก้าวข้ามจากยุค Digital Transformation สู่ยุค “Digital Reinvention” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนอีกต่อไป แต่กลายเป็นแกนกลางของการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิต สะท้อนผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่มีมูลค่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก และกว่า 63% เป็นการลงทุนในเทคโนโลยียุคใหม่ แสดงถึงความตื่นตัวของภาคองค์กรไทยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม คือ กระดูกสันหลังของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ โดยทรูได้ลงทุนพัฒนา Broadband, 4G และ 5G อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมมากกว่า 90% ของประเทศ เพื่อรองรับสังคมที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา บนฐานดังกล่าวยังได้ต่อยอดนวัตกรรมครบวงจร ตั้งแต่ Smart Home, Smart Farm, โลจิสติกส์, Telemedicine ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนทุกอุตสาหกรรมให้ปรับตัวทันต่อความเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่า การเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมียุทธศาสตร์ คือกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนในยุค Digital Reinvention ในการนี้ คณะศึกษาดูงานได้ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริงในจุดเยี่ยมชมไฮไลต์ที่สะท้อนขีดความสามารถสูงสุดด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน เริ่มจาก ศูนย์แสดงนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Innovation for Sustainability Center) แหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่มุ่งตอบโจทย์ความยั่งยืนในทุกมิติ และสัมผัสบรรยากาศ Co-working Space พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนไอเดียไร้ขีดจำกัดของเหล่านวัตกรและสตาร์ทอัพ ไฮไลต์สำคัญของการดูงานคือการเจาะลึก CP Center of Excellence (COE) ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมชั้นสูง ซึ่งประกอบด้วย 3 ขุมพลังหลัก ได้แก่: Bio-Technology Lab: ห้องปฏิบัติการสุดล้ำที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมชีวภาพ เพื่อยกระดับสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ Digital & AI Lab: ศูนย์พัฒนาระบบอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ปลดล็อกขีดความสามารถของ AI สู่การแก้ปัญหาและการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม และ Data Center & Cloud: โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง หัวใจสำคัญในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบการเปิดบ้านต้อนรับคณะ วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงธุรกิจหรือเทคโนโลยี หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน หลักสูตร วปอ.บอ. ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และประสบการณ์จากหลากหลายภาคส่วน ให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการกำหนดทิศทางประเทศในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า เมื่อภาครัฐและเอกชนก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสอดประสาน เปิดรับนวัตกรรม ควบคู่คุณธรรม และยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ประเทศไทยย่อมสามารถเสริมสร้างความมั่นคง พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
PR News
|
25/02/2026
ทรู ดิจิทัล ผนึกกำลัง รพ.จุฬาฯ ขับเคลื่อน "Digital Hospital" ชูเทคโนโลยี "Physical AI" ผสานหุ่นยนต์ทางการแพทย์อัจฉริยะ ยกระดับการดูแลผู้ป่วยครบวงจร
รพ.จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึก ทรู ดิจิทัล อัพสเกลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ส่งทัพนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ดึงพลังเทคโนโลยี Digital Intelligence Fabric และ Physical AI เสริมแกร่ง Digital Hospital พร้อมก้าวสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 กรุงเทพฯ 30 มกราคม 2569 – โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ดึงพลังเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ Digital Intelligence Fabric ที่ถักทอเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI, คลาวด์ และ Robotics เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ปูทางสู่ยุค “Smart Healthcare 5.0” อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเป็นต้นแบบมาตรฐานทางการแพทย์แห่งอนาคตในระดับภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ครบทุกมิติ ทั้งยกระดับคุณภาพบริการผู้ป่วย ช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และเสริมความแข็งแกร่งของโรงพยาบาลในการทรานฟอร์มสู่ Digital Hospital โดยเริ่มจากต้นแบบ “HAPPY” หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ที่ได้รับการอัพเกรดฟังก์ชันให้ทำงานได้แบบครบวงจรยิ่งขึ้น และอัพสเกลเพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมต่อยอดสู่หุ่นยนต์น้องใหม่ “MELODY” และ “LUCKY” เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยกลุ่มมะเร็งต่อมไทรอยด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบไปขยายการให้บริการสู่กลุ่มผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation ward) ผ่านการพัฒนานวัตกรรม “CORGI” หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่ถูกกักตัว เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่โรค โดยผสาน Robotics เข้ากับ AI Model เพื่อช่วยวิเคราะห์ท่าทางและเสริมประสิทธิภาพการทำกายภาพบำบัด รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล ขับเคลื่อนการทรานสฟอร์มสู่ Digital Hospital เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการดูแลแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยภายใต้ความร่วมมือกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผสานความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จนเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบและขยายสเกลการใช้งาน รวมถึงพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์รุ่นใหม่ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่รักษาพยาบาลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ในการต่อยอดขยายความร่วมมือ ไม่เพียงเพื่อการให้บริการภายในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จะเชื่อมต่อการดูแลในโรงพยาบาลไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลอื่น หรือบ้านและชุมชนได้ในอนาคต” คุณเอกราช ปัญจวิณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในครั้งนี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำแนวคิด Digital Intelligence Fabric มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการถักทอและเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ 5G และบรอดแบนด์ ไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และรองรับการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างยั่งยืน บนรากฐานดังกล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำ เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพของคลาวด์ AI และ Robotics เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับหุ่นยนต์ให้มีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การริเริ่มสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการอย่างใกล้ชิด เป็นมิตร และสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Hospital และผลักดัน Digital Healthcare ให้เกิดขึ้นจริงในระบบสาธารณสุขไทย” จาก Physical AI ยุคเริ่มต้น สู่ “หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี […]
PR News
|
09/02/2026
Gemini 3 กับยุคใหม่ของการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้แค่ “คิด” แต่ “ลงมือทำแทนคน”
AI เคยถูกนิยามว่าเป็น “ผู้ช่วย” ช่วยคิด ช่วยตอบ และช่วยให้งานบางอย่างเร็วขึ้น แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ “Gemini 3” จะไม่ใช่แค่การเพิ่มความฉลาด แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของ AI ให้กลายเป็น “Agent” ที่สามารถ ลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง นี่คือ 15 Insights สำคัญจาก TDG Tech Wise EP.05 ในหัวข้อ “Unleash the Imagination: Gemini 3 x GenMedia” โดย คุณนันทวัฒน์ เอี่ยมเจริญ, Customer Solutions Consultant จาก Google Cloud ชวนมารู้จักกับบทบาทใหม่ของ Gemini ที่ก้าวสู่ยุคแห่งการลงมือทำ (Action) พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ Gemini 3 x GenMedia ทั้งภาพและวิดีโอที่ล้ำไปกว่าที่เคยมีมา 📌 1. งานจำนวนมากกำลังถูก “มอบหมาย” ไม่ใช่ “ลงมือทำ”: วิวัฒนาการของ Gemini ตั้งแต่เวอร์ชัน 1-2 แสดงให้เห็นว่า AI สามารถรับโจทย์ได้ทั้งกระบวนการ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามเป็นครั้ง ๆ บทบาทของมนุษย์จึงขยับไปสู่การกำหนดเป้าหมาย ตรวจสอบ และตัดสินใจ และใน Gemini 3 บทบาทของ AI ได้ก้าวไปอีกขั้น สู่การเป็น “ตัวแทน” (Agent) ที่ลงมือทำงานแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ต้นจนจบ 📌 2. งานที่มีโครงสร้างชัด คือกลุ่มแรกที่ AI รับไม้ต่อ: ความสามารถแบบ Agent ของ Gemini 3 สะท้อนว่า AI เริ่มรับช่วงงานที่มีขั้นตอนชัดเจน ซ้ำ ๆ วัดผลได้ และมีขอบเขตแน่น ซึ่งเป็นจุดที่ AI สามารถทำแทนได้อย่างเป็นระบบและเชื่อถือได้ 📌 3. ความได้เปรียบไม่ใช่แค่ “ใช้ AI” แต่คือการออกแบบ Workflow ใหม่: การจะให้ AI ทำงานได้เต็มศักยภาพ องค์กรต้องออกแบบ Workflow ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง 🔹 Gemini App หรือ “ผู้ช่วย” เหมาะกับงานที่ต้องการการตัดสินใจร่วมกับมนุษย์ 🔹 ขณะที่ Gemini API คือ “ขุมพลัง” สำหรับนักพัฒนา เพื่อนำไปฝังในระบบอัตโนมัติขององค์กร 📌 4. “คิดลึกเพื่อความแม่นยำ” vs “คิดเร็วเพื่อทันสถานการณ์”: 🔹 งานบางประเภทต้องการความแม่นยำสูงสุด “Gemini Pro” จึงเหมาะกับการวิเคราะห์เชิงลึกและการตัดสินใจสำคัญ 🔹 ขณะที่งานบางประเภทต้องการความเร็วมากกว่าความสมบูรณ์แบบ “Gemini Flash” จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่า การตัดสินใจในองค์กรไม่จำเป็นต้องใช้ “ระดับการคิด” เดียวกันเสมอไป เพียงเลือกใช้ให้เหมาะกับโจทย์ 📌 5. บทบาท “คนคิด” และ “คนทำ” เริ่มแยกจากกัน: เมื่อ Gemini รับภาระงานปฏิบัติการมากขึ้น มนุษย์จึงมีพื้นที่โฟกัสกับการคิดเชิงกลยุทธ์ การตั้งคำถาม และการตัดสินใจที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม 📌 6. การกำหนดระดับการคิด กลายเป็นทักษะผู้นำ: Gemini เปิดให้เลือกระดับการคิด (Thinking Levels) ตั้งแต่ High สำหรับงานวิจัยเชิงลึก ไปจนถึง Minimal สำหรับการโต้ตอบที่รวดเร็ว ซึ่งในอนาคต ผู้นำต้องรู้ว่า “เรื่องไหนควรให้ AI คิดลึก” และ “เรื่องไหนควรคิดเร็ว” 📌 7. ความโปร่งใสของเหตุผลจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่: เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในงานสำคัญ องค์กรต้องมองเห็นไปถึง “กระบวนการคิด” ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ Gemini สามารถแสดงตรรกะเบื้องหลังคำตอบ (Thought Signatures) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับองค์กร 📌 8. ทีมอาจเล็กลง […]
Knowledge
|
06/02/2026
PR News
|
23 มี.ค. 2026
ทรู ผนึก แอนท์เวิร์ค ผู้นำโดรนโลจิสติกส์ระดับโลก เปิดนวัตกรรม “โดรน AI” ยกระดับระบบขนส่งไทย สู่โลจิสติกส์อัจฉริยะแห่งอนาคต
READ
PR News
|
25 ก.พ. 2026
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ต้อนรับ วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 (มินิ วปอ.) เยี่ยมชมดูงาน ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
READ
PR News
|
09 ก.พ. 2026
ทรู ดิจิทัล ผนึกกำลัง รพ.จุฬาฯ ขับเคลื่อน “Digital Hospital” ชูเทคโนโลยี “Physical AI” ผสานหุ่นยนต์ทางการแพทย์อัจฉริยะ ยกระดับการดูแลผู้ป่วยครบวงจร
READ
Knowledge
|
06 ก.พ. 2026
Gemini 3 กับยุคใหม่ของการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้แค่ “คิด” แต่ “ลงมือทำแทนคน”
READ
Knowledge
|
15 ม.ค. 2026
Cloud 2026 เก่งกว่าที่คุณคิด: องค์กรไหนรู้ก่อน ได้เปรียบก่อน
READ
PR News
|
26 ธ.ค. 2025
เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”… ทรู ดิจิทัล ถอดสูตรดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เจาะลึก Digital Intelligence Fabric โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่องค์กรไทยต้องมีในงาน Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Tech Wise EP.03 The Future of Work: Supercharging Productivity with Gemini in Workspace
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Techwise EP.02 “From Incident to Improvement : What We Learn from CyberSecurity Breached”
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Techwise EP.01 “AI Transformation Unlocked: Driving Real AI Impacts”
READ
PR News
|
16 ธ.ค. 2025
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผนึกพันธมิตรเวียดนาม VNPT Technology ร่วมกับ T3 Technology ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ สร้างระบบนิเวศ AI Home ในเวียดนาม เร่งพัฒนาสมาร์ทโฮมที่ออกแบบเพื่อชาวเวียดนามโดยเฉพาะ
READ
PR News
|
04 ธ.ค. 2025
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เผยเทคโซลูชันยุค AI ชูไฮไลต์ “Digital Intelligence Fabric” โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 8 องค์ประกอบที่ผสานถักทอเป็นโซลูชันอัจฉริยะสุดล้ำ
READ
PR News
|
02 ธ.ค. 2025
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผสานพลังเครือข่ายทรู 5G และเทคโนโลยีดิจิทัล ส่ง Mobility Data Platform วิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนตัวของประชากรแบบเรียลไทม์ หนุนภาครัฐช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วมภาคใต้ ฟื้นฟูพื้นที่ได้ตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
READ