TDG Story
ทรู ดิจิทัล ผนึกกำลัง รพ.จุฬาฯ ขับเคลื่อน "Digital Hospital" ชูเทคโนโลยี "Physical AI" ผสานหุ่นยนต์ทางการแพทย์อัจฉริยะ ยกระดับการดูแลผู้ป่วยครบวงจร
รพ.จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึก ทรู ดิจิทัล อัพสเกลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ส่งทัพนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ดึงพลังเทคโนโลยี Digital Intelligence Fabric และ Physical AI เสริมแกร่ง Digital Hospital พร้อมก้าวสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 กรุงเทพฯ 30 มกราคม 2569 – โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ดึงพลังเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ Digital Intelligence Fabric ที่ถักทอเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI, คลาวด์ และ Robotics เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ปูทางสู่ยุค “Smart Healthcare 5.0” อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเป็นต้นแบบมาตรฐานทางการแพทย์แห่งอนาคตในระดับภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ครบทุกมิติ ทั้งยกระดับคุณภาพบริการผู้ป่วย ช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และเสริมความแข็งแกร่งของโรงพยาบาลในการทรานฟอร์มสู่ Digital Hospital โดยเริ่มจากต้นแบบ “HAPPY” หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ที่ได้รับการอัพเกรดฟังก์ชันให้ทำงานได้แบบครบวงจรยิ่งขึ้น และอัพสเกลเพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมต่อยอดสู่หุ่นยนต์น้องใหม่ “MELODY” และ “LUCKY” เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยกลุ่มมะเร็งต่อมไทรอยด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบไปขยายการให้บริการสู่กลุ่มผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation ward) ผ่านการพัฒนานวัตกรรม “CORGI” หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่ถูกกักตัว เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่โรค โดยผสาน Robotics เข้ากับ AI Model เพื่อช่วยวิเคราะห์ท่าทางและเสริมประสิทธิภาพการทำกายภาพบำบัด รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล ขับเคลื่อนการทรานสฟอร์มสู่ Digital Hospital เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการดูแลแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยภายใต้ความร่วมมือกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผสานความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จนเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบและขยายสเกลการใช้งาน รวมถึงพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์รุ่นใหม่ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่รักษาพยาบาลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ในการต่อยอดขยายความร่วมมือ ไม่เพียงเพื่อการให้บริการภายในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จะเชื่อมต่อการดูแลในโรงพยาบาลไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลอื่น หรือบ้านและชุมชนได้ในอนาคต” คุณเอกราช ปัญจวิณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในครั้งนี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำแนวคิด Digital Intelligence Fabric มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการถักทอและเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ 5G และบรอดแบนด์ ไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และรองรับการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างยั่งยืน บนรากฐานดังกล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำ เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพของคลาวด์ AI และ Robotics เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับหุ่นยนต์ให้มีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การริเริ่มสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการอย่างใกล้ชิด เป็นมิตร และสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Hospital และผลักดัน Digital Healthcare ให้เกิดขึ้นจริงในระบบสาธารณสุขไทย” จาก Physical AI ยุคเริ่มต้น สู่ “หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี […]
PR News
|
09/02/2026
Gemini 3 กับยุคใหม่ของการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้แค่ “คิด” แต่ “ลงมือทำแทนคน”
AI เคยถูกนิยามว่าเป็น “ผู้ช่วย” ช่วยคิด ช่วยตอบ และช่วยให้งานบางอย่างเร็วขึ้น แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ “Gemini 3” จะไม่ใช่แค่การเพิ่มความฉลาด แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของ AI ให้กลายเป็น “Agent” ที่สามารถ ลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง นี่คือ 15 Insights สำคัญจาก TDG Tech Wise EP.05 ในหัวข้อ “Unleash the Imagination: Gemini 3 x GenMedia” โดย คุณนันทวัฒน์ เอี่ยมเจริญ, Customer Solutions Consultant จาก Google Cloud ชวนมารู้จักกับบทบาทใหม่ของ Gemini ที่ก้าวสู่ยุคแห่งการลงมือทำ (Action) พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ Gemini 3 x GenMedia ทั้งภาพและวิดีโอที่ล้ำไปกว่าที่เคยมีมา 📌 1. งานจำนวนมากกำลังถูก “มอบหมาย” ไม่ใช่ “ลงมือทำ”: วิวัฒนาการของ Gemini ตั้งแต่เวอร์ชัน 1-2 แสดงให้เห็นว่า AI สามารถรับโจทย์ได้ทั้งกระบวนการ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามเป็นครั้ง ๆ บทบาทของมนุษย์จึงขยับไปสู่การกำหนดเป้าหมาย ตรวจสอบ และตัดสินใจ และใน Gemini 3 บทบาทของ AI ได้ก้าวไปอีกขั้น สู่การเป็น “ตัวแทน” (Agent) ที่ลงมือทำงานแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ต้นจนจบ 📌 2. งานที่มีโครงสร้างชัด คือกลุ่มแรกที่ AI รับไม้ต่อ: ความสามารถแบบ Agent ของ Gemini 3 สะท้อนว่า AI เริ่มรับช่วงงานที่มีขั้นตอนชัดเจน ซ้ำ ๆ วัดผลได้ และมีขอบเขตแน่น ซึ่งเป็นจุดที่ AI สามารถทำแทนได้อย่างเป็นระบบและเชื่อถือได้ 📌 3. ความได้เปรียบไม่ใช่แค่ “ใช้ AI” แต่คือการออกแบบ Workflow ใหม่: การจะให้ AI ทำงานได้เต็มศักยภาพ องค์กรต้องออกแบบ Workflow ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง 🔹 Gemini App หรือ “ผู้ช่วย” เหมาะกับงานที่ต้องการการตัดสินใจร่วมกับมนุษย์ 🔹 ขณะที่ Gemini API คือ “ขุมพลัง” สำหรับนักพัฒนา เพื่อนำไปฝังในระบบอัตโนมัติขององค์กร 📌 4. “คิดลึกเพื่อความแม่นยำ” vs “คิดเร็วเพื่อทันสถานการณ์”: 🔹 งานบางประเภทต้องการความแม่นยำสูงสุด “Gemini Pro” จึงเหมาะกับการวิเคราะห์เชิงลึกและการตัดสินใจสำคัญ 🔹 ขณะที่งานบางประเภทต้องการความเร็วมากกว่าความสมบูรณ์แบบ “Gemini Flash” จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่า การตัดสินใจในองค์กรไม่จำเป็นต้องใช้ “ระดับการคิด” เดียวกันเสมอไป เพียงเลือกใช้ให้เหมาะกับโจทย์ 📌 5. บทบาท “คนคิด” และ “คนทำ” เริ่มแยกจากกัน: เมื่อ Gemini รับภาระงานปฏิบัติการมากขึ้น มนุษย์จึงมีพื้นที่โฟกัสกับการคิดเชิงกลยุทธ์ การตั้งคำถาม และการตัดสินใจที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม 📌 6. การกำหนดระดับการคิด กลายเป็นทักษะผู้นำ: Gemini เปิดให้เลือกระดับการคิด (Thinking Levels) ตั้งแต่ High สำหรับงานวิจัยเชิงลึก ไปจนถึง Minimal สำหรับการโต้ตอบที่รวดเร็ว ซึ่งในอนาคต ผู้นำต้องรู้ว่า “เรื่องไหนควรให้ AI คิดลึก” และ “เรื่องไหนควรคิดเร็ว” 📌 7. ความโปร่งใสของเหตุผลจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่: เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในงานสำคัญ องค์กรต้องมองเห็นไปถึง “กระบวนการคิด” ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ Gemini สามารถแสดงตรรกะเบื้องหลังคำตอบ (Thought Signatures) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับองค์กร 📌 8. ทีมอาจเล็กลง […]
Knowledge
|
06/02/2026
Cloud 2026 เก่งกว่าที่คุณคิด: องค์กรไหนรู้ก่อน ได้เปรียบก่อน
หลายองค์กรใช้ Cloud มานาน แต่ยังอาจไม่รู้ว่า Cloud ในวันนี้ “เก่งขึ้นกว่าเดิม” ไปมากแค่ไหน จากจุดเริ่มต้นที่มีไว้แค่รันระบบและเก็บข้อมูล แต่ปัจจุบัน Cloud ยุคใหม่พัฒนาเป็นเครื่องมือที่ทำได้สารพัด ช่วยทั้งลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ธุรกิจแบบที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน 📌 12 Insight สำคัญจาก Session TDG Tech Wise EP.04 – “Driving Cost Efficiency and Resilience with Cloud-Native Architecture on Tencent Cloud” ขยายมุมมองสู่ยุค Cloud-Native ถอดบทเรียนวิวัฒนาการของ Cloud ตั้งแต่ On-Premises สู่ Cloud-Native พร้อมโซลูชันระดับโลกจาก Tencent Cloud โดย คุณชัคคะสุทธิ์ อยุทัต, Solution Architect 📌 จาก On-Premises สู่ Cloud ที่ต้องไม่ล่ม 1. ในอดีต องค์กรจำนวนมากพึ่งพาระบบ On-Premises หรือ IDC ซึ่งต้องลงทุนฮาร์ดแวร์สูง และมีความเสี่ยงเมื่ออุปกรณ์ขัดข้อง 2. Cloud ยุคใหม่เข้ามาแก้ปัญหาด้วยระบบสำรอง และการย้ายการทำงานอัตโนมัติ (Live Migration) ช่วยให้ระบบยังทำงานต่อได้ แม้บางส่วนจะมีปัญหา ธุรกิจไม่หยุดชะงัก 3. โดย Tencent Cloud สามารถการันตีความพร้อมใช้งานด้วย SLA สูงถึง 99.995% บนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก รองรับการขยายธุรกิจแบบไร้พรมแดน 📌 Cloud-Native = ลดต้นทุน + เพิ่มความเร็ว 4. โมเดล Pay-As-You-Go หรือจ่ายตามการใช้งานจริง ช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 10-50%องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนล่วงหน้าเกินความจำเป็น 5. การขับเคลื่อนด้วย Cloud-Native Architecture คือการออกแบบระบบให้เหมาะกับ Cloud ตั้งแต่แรก ทำงานร่วมกับ Open Source ได้ดี และใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) จัดการงานซ้ำ ๆ แทนคน 6. ผลลัพธ์คือ ลดภาระงานหลังบ้าน (Overhead) เพิ่มความเร็วในการพัฒนา ปรับขนาดระบบได้ทันทีเมื่อธุรกิจเติบโต 7. การย้ายระบบทำอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมิน วางแผน ลงมือทำ จนถึงตรวจสอบ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด 📌 Cloud ในฐานะ Innovation Platform 8. ปัจจุบัน Cloud ไม่ได้หยุดแค่ Infrastructure แต่ต่อยอดสู่ “Super App Ecosystem” จากบทเรียนความสำเร็จของ WeChat ที่มีผู้ใช้กว่า 1.4 พันล้านคน ได้นำไปสร้างระบบนิเวศแอปขององค์กรผ่านแพลตฟอร์ม TCMPP 9. โดยใช้โซลูชัน eKYC เพิ่มความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน ด้วยความแม่นยำในการจดจำใบหน้าสูงถึง 99.80% พร้อมตรวจจับภาพปลอมหรือ Deepfake 10. Palm Payment เทคโนโลยีชำระเงินแห่งอนาคต ใช้เวลาเพียง 0.3 วินาที ไม่ต้องใช้บัตรหรือมือถือ 11. Digital Human หรือมนุษย์เสมือน ช่วยลดต้นทุนและภาระงานด้านบริการลูกค้าได้ถึง 50% ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 12. ระบบรองรับมาตรฐานความปลอดภัยสากลกว่า 70 รายการ ครอบคลุม PDPA ของไทย และ GDPR ของยุโรป พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ (TAM) ดูแลตลอด 24/7 สรุปส่งท้าย การเปลี่ยนผ่านสู่คลาวด์ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนที่เก็บข้อมูล แต่คือการนำองค์กรเข้าสู่ “ระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม” ที่ช่วยให้องค์กรลดต้นทุน เพิ่มเสถียรภาพ และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงที่สุด สนใจดูคอร์สเรียนอัปสกิลดิจิทัลจาก True Digital Academy ได้ที่นี่: […]
Knowledge
|
15/01/2026
เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”… ทรู ดิจิทัล ถอดสูตรดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เจาะลึก Digital Intelligence Fabric โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่องค์กรไทยต้องมีในงาน Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric
เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”… ทรู ดิจิทัล ถอดสูตรดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เจาะลึก Digital Intelligence Fabric โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่องค์กรไทยต้องมีในงาน Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric กรุงเทพฯ 26 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปได้อีกต่อไป เวทีสัมมนา Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric ซึ่งจัดโดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผู้นำบริการดิจิทัลครบวงจร ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สะท้อนมุมมองในทิศทางเดียวกันของทั้งภาครัฐและเอกชนว่า “เทคโนโลยีดิจิทัล” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่ชี้ชะตาอนาคต กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศ ในยุคที่บริบทของเทคโนโลยีแห่งอนาคตกำลังหลอมรวมเข้าหากัน ทั้ง AI, IoT, Cloud, Data และ Cybersecurity โดยไม่อาจถูกมองหรือบริหารแยกส่วนได้เหมือนในอดีต โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ทางรอดเดียวขององค์กรในวันที่เทคโนโลยีแบบเดิมเริ่มถึงทางตัน นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เทคโนโลยีในอนาคตจะไม่ถูกใช้งานแบบพึ่งพาระบบเพียงระบบเดียวอีกต่อไป แต่จะเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยมี AI เป็นแกนกลาง หากองค์กรยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อน แทนที่จะสร้างความได้เปรียบ เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ปัญหาในการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลขององค์กรไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่การไม่ปรับใช้เทคโนโลยี แต่คือการลงทุนโดยขาดนโยบายและทิศทางที่ชัดเจน ระบบที่เป็นแบบปิด ไม่เชื่อมโยงกัน ข้อมูลไม่พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ ขาดการออกแบบระบบอัตโนมัติที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันจริง เทคโนโลยีมีความยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งต้องลงทุนสูงในขณะที่ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามที่คาดหวัง กลายเป็นการเพิ่มภาระด้านต้นทุนและการดูแลระบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อเด่นของเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีคุณลักษณะสำคัญ คือ เป็นระบบอัตโนมัติ (Automation) ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน ลงทุนแล้วคุ้มค่า และสร้างผลตอบแทนได้ ยืดหยุ่น คล่องตัว เชื่อมต่อทุกระบบได้อย่างไร้รอยต่อ และต้องเป็นโครงสร้างแบบเปิด เพื่อให้สามารถต่อยอดและทำงานร่วมกับระบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายเอกราช ชี้ชัดว่า องค์กรต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 ระดับ โดยมีพื้นฐานเป็นโครงข่ายการเชื่อมต่อ (Connectivity) ที่ต้องมีความอัจฉริยะ ปลอดภัย สามารถบริหารลำดับความสำคัญของการใช้งานได้ และเสริมด้วย Digital Intelligence Fabric ที่เชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ได้กับทุกองค์กร รวมถึงระดับบนสุดคือ On-demand Applications เช่น ERP และ CRM ที่องค์กรสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ เทคโนโลยีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกควบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธุรกิจ ด้วยคนที่มีความเข้าใจ และภายใต้ความเข้าใจในบริบทขององค์กรอย่างแท้จริง การผสานกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล Digital Transformation กุญแจปลดล็อกโอกาสเศรษฐกิจไทยกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เผยมุมมองของหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง สะท้อนภาพในระดับประเทศว่า Digital Transformation ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร แต่เป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย โดยการประเมินล่าสุดพบว่า หากประเทศไทยไม่เร่งปรับตัว อาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจกว่า 1.8 ล้านล้านบาท จากการที่องค์กรยังคงดำเนินงานในรูปแบบเดิมและไม่ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ การพึ่งพาแรงงานและระบบ Manual รวมถึงการตัดสินใจจากประสบการณ์หรือความรู้สึกมากกว่าการใช้ข้อมูลและระบบวิเคราะห์ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่มองไม่เห็น และทำให้การเติบโตของประเทศเป็นแบบคงที่ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด อุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการไม่ได้มีเพียงเรื่องวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและเงินลงทุน แต่ยังรวมถึงความไม่มั่นใจในเทคโนโลยี การไม่รู้ว่าจะเลือกโซลูชันใดให้เหมาะสมกับธุรกิจ และความกังวลว่าบุคลากรจะสามารถใช้งานระบบได้จริงหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ depa จึงพัฒนากลไกสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่มาตรฐาน dSURE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย ผ่านกลไก บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ไปจนถึงมาตรการสนับสนุนด้านงบประมาณ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาทักษะบุคลากรผ่าน Digital Skill Roadmap นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อย่าง ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่องค์กรทุกขนาดสามารถเข้าถึง ใช้งาน และต่อยอดได้จริง Digital Intelligence Fabric กับ 8 โซลูชันอัจฉริยะสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด […]
PR News
|
26/12/2025
PR News
|
09 ก.พ. 2026
ทรู ดิจิทัล ผนึกกำลัง รพ.จุฬาฯ ขับเคลื่อน “Digital Hospital” ชูเทคโนโลยี “Physical AI” ผสานหุ่นยนต์ทางการแพทย์อัจฉริยะ ยกระดับการดูแลผู้ป่วยครบวงจร
READ
Knowledge
|
06 ก.พ. 2026
Gemini 3 กับยุคใหม่ของการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้แค่ “คิด” แต่ “ลงมือทำแทนคน”
READ
Knowledge
|
15 ม.ค. 2026
Cloud 2026 เก่งกว่าที่คุณคิด: องค์กรไหนรู้ก่อน ได้เปรียบก่อน
READ
PR News
|
26 ธ.ค. 2025
เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”… ทรู ดิจิทัล ถอดสูตรดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เจาะลึก Digital Intelligence Fabric โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่องค์กรไทยต้องมีในงาน Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Tech Wise EP.03 The Future of Work: Supercharging Productivity with Gemini in Workspace
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Techwise EP.02 “From Incident to Improvement : What We Learn from CyberSecurity Breached”
READ
Knowledge
|
16 ธ.ค. 2025
TDG Techwise EP.01 “AI Transformation Unlocked: Driving Real AI Impacts”
READ
PR News
|
16 ธ.ค. 2025
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผนึกพันธมิตรเวียดนาม VNPT Technology ร่วมกับ T3 Technology ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ สร้างระบบนิเวศ AI Home ในเวียดนาม เร่งพัฒนาสมาร์ทโฮมที่ออกแบบเพื่อชาวเวียดนามโดยเฉพาะ
READ
PR News
|
04 ธ.ค. 2025
ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เผยเทคโซลูชันยุค AI ชูไฮไลต์ “Digital Intelligence Fabric” โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 8 องค์ประกอบที่ผสานถักทอเป็นโซลูชันอัจฉริยะสุดล้ำ
READ
PR News
|
02 ธ.ค. 2025
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผสานพลังเครือข่ายทรู 5G และเทคโนโลยีดิจิทัล ส่ง Mobility Data Platform วิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนตัวของประชากรแบบเรียลไทม์ หนุนภาครัฐช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วมภาคใต้ ฟื้นฟูพื้นที่ได้ตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
READ
24 พ.ย. 2025
ภารกิจสมัครงานของหุ่นยนต์..กับการค้นพบ ‘หัวใจของการทำงาน’ ที่แท้จริง
READ
Employee Stories
|
14 พ.ย. 2025
TDG Showcase 2025
READ