[SPECIAL CONTENT] "สมัครงานสายเทคสุด hot อย่างไรให้ได้งาน"

Updated: Jul 21



ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดเขียน CV หรือเซียนจ็อบบอร์ดที่กำลังหาโอกาสใหม่ เราขอชวนคุณมาอัปเดตว่า ในยุค (กำลังจะ) หลังโควิด-19 นี้ องค์กร หรือตลาดงานชาวเทคเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง รูปแบบการทำงาน หรือทักษะที่คนมองหาต่างไปหรือไม่ อย่างไร ในรายการ “Tech-a-Bite” เทคนิดนิด ขนาดพอดีคำ จากทรู ดิจิทัล กรุ๊ป รายการที่จะนำคุณอัปเดตเทรนด์นวัตกรรมและเทคโนโลยีน่าสนใจ เพื่อมาปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้กับโลกใบนี้ ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา เราได้ชวนคุณแอน อานาแอล การ์ดิโน่ (Anaelle Cardineaux) Talent Aquisition Manager, Human Resources ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับโลกของการเฟ้นหาคนทำงานในสายเทคว่าเหมือน หรือเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร มีอะไรที่คนทำงานหรือองค์กรต่างๆ กำลังมองหาบ้าง โดยเราสรุปออกมาเป็นสิ่งน่ารู้พอดีคำ 3 คำ ดังนี้



Bite #1: ครึ่งบ้านครึ่งบริษัท ครึ่งเทคครึ่งธุรกิจ “Hybrid Culture”


แม้ในภาพรวม อาชีพสายเทคในประเทศไทยยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยมีความต้องการสูงกว่าบุคลากรที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน แต่ทักษะด้านเทคนิคัลต่าง ๆ แม้เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ก็ยังมีทักษะอื่น ๆ ที่หลายองค์กรมองหา เช่น ที่ทรู ดิจิทัล นอกจากความเชี่ยวชาญในทักษะในหน้าที่ตำแหน่งงานนั้น ๆ แล้ว สิ่งสำคัญอย่างความรู้ความเข้าใจเชิงธุรกิจ (Business Acumen) ยังเป็นส่วนต่อขยายที่สำคัญที่จะทำให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมนั้นสอดคล้องไปกับทิศทางของการใช้งาน ผู้บริโภค และสภาพตลาด โดยคุณแอนชี้ให้เห็นว่า ในทุกภาคส่วนขององค์กรมีการเปิดกว้างให้คนสามารถได้ใช้ความสามารถของตนไปในสิ่งที่ตนสนใจ โดยคนที่เริ่มมาด้วยทักษะสายเทค อาจสามารถทำงานในสายอื่น ๆ เช่น มีเดียและคอนเทนต์ โดยสามารถใช้ความรู้ด้านเทคเข้ามาเพิ่มมุมมองในการทำคอนเทนต์ หรือคนที่อยู่ในสายงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับเทคเองก็อาจมีความรู้เรื่องเทค เพื่อสามารถสร้างมุมมองใหม่ คุณค่า หรือร่วมงานกับทีมงานอื่น ๆ ได้อย่างคล่องตัว


นอกจาก “ความเป็นลูกครึ่ง” ของคนทำงานในสมัยนี้แล้ว ลักษณะการทำงานที่แม้จะมีมานาน แต่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคหลังโควิด-19 อย่าง “Hybrid Working” ยังเป็นการนำส่วนที่ดีของการทำงานแบบทางไกล (Remote Working) กับการทำงานแบบดั้งเดิม (Traditional Working) เข้าด้วยกัน โดยเพิ่มอิสระในการจัดการสิ่งที่คุณแอนเรียกว่า “Space and Time” หรือพื้นที่ทำงานและเวลาใน 1 วันของพนักงานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยที่ยังไม่ทิ้งบรรยากาศการสร้างความผูกพันของทีมงาน การระดมสมองเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างนวัตกรรมอีกด้วย


Bite #2: องค์กรต้องไม่ใช่แค่ “Work from Home” แต่เป็น “Work from Anywhere”


จากประสบการณ์ภายในองค์กรสายเทคอย่างทรู ดิจิทัลเองพบว่า แม้ว่าการทำงานในแวดวงเทคโนโลยีจะทำให้การปรับตัวสู่การทำงานแบบ “Work from Home” เป็นไปได้อย่างค่อนข้างราบรื่น ด้วยความพร้อมจากทั้งตัวบุคลากร แนวคิดการทำงานที่ยืดหยุ่น พื้นฐานความรู้ด้านดิจิทัล และความพร้อมเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำงาน อย่างแพลตฟอร์มจาก True VWORLD อย่าง VROOM และ True Connect ที่ช่วยให้การทำงานจากบ้านในช่วงระหว่างการระบาดของโควิด-19 เป็นไปได้อย่างไม่สะดุด และกลับเพิ่มประสิทธิผลของการทำงาน (Productivity) มากขึ้น ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่หายไป ถูกนำไปเพิ่มชั่วโมงการทำงาน ทางฝ่ายบุคคลเองก็ยังคงติดตามผลการทำงานนี้ด้วยความเข้าใจถึงผลเสีย อย่างอาการล้า หมดแรงกระตุ้น หรืออาการ “เบิร์นเอาต์” (Burnout) ที่อาจเกิดขึ้นได้จากชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น จึงเริ่มปรับรูปแบบการทำงานจาก “Work from Home” ที่มาจากการระแวดระวังการแพร่เชื้อในพื้นที่สาธารณะ สู่ “Work from Anywhere” ที่ให้อิสระในการจัดการพื้นที่ทำงานกับพนักงานมากขึ้น โดยยังคงประสิทธิภาพการทำงาน และส่งเสริมบรรยากาศและความยืดหยุ่นที่เอื้อต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย


Bite #3: 3 ทิปส์การสมัคร “เข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจกัน”


สำหรับคำแนะนำจากผู้ที่ผ่านสนามการสัมภาษณ์และใบ CV อย่างโชกโชน คุณแอนได้ให้คำแนะนำ 3 ข้อกับผู้ที่กำลังหาโอกาสใหม่ในหน้าที่การงานดังนี้