Innovations จากพลังแม่



พลังแห่งความรักของแม่ที่มีต่อลูกนั้น ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หลายคนอาจคาดเดา เพื่อความสุขของลูก ๆ เราจึงได้เห็นแม่หลาย ๆ คนที่พร้อมหาทางปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ที่ดีกว่า เพื่ออนาคตของลูกเสมอ Tech By True Digital จึงขอร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งวันแม่ของไทยด้วยการพาไปดูนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นจากพลังแห่งความรักของคุณแม่สายเทคโนโลยี และนักประดิษฐ์ที่ไม่ได้เปลี่ยนโลกของลูกน้อยเท่านั้น แต่เปลี่ยนโลกให้กับลูกของคุณแม่อีกหลายคน ให้เป็นโลกที่น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม


Vivienne Ming: แม่ผู้สร้าง “พลังธรรมดา” แสนพิเศษ



Vivienne Ming นักประสาทวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ และคุณแม่ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับโลกใบนี้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มศักยภาพให้กับมนุษย์ โดย Vivienne เป็นคุณแม่ที่เอาชนะอุปสรรคจากความเจ็บป่วยของลูกชายหลายครั้ง ตั้งแต่เมื่อครั้งที่รู้ว่าลูกชายเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ เธอจึงเป็นผู้พัฒนาเครื่องปั๊มอินซูลิน เพื่อเลียนแบบการทำงานของตับอ่อนและทำหน้าที่ปล่อยอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย และสร้าง AI ที่เรียนรู้ที่จะจับคู่ระดับอินซูลินในร่างกายของลูกกับอารมณ์และกิจกรรมว่าเมื่อไหร่ที่ต้องปล่อยอินซูลินเพื่อรักษาระดับอินซูลินในร่างกายให้คงที่


นอกจากนี้ เมื่อลูกชายของเธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการอยู่บนออทิสติก สเปคตรัม ซึ่งทำให้การแปลความการแสดงออกทางสีหน้า และการสื่อสารตามจังหวะสังคม (Social Cues) อื่น ๆ เป็นไปได้ยาก และมักเป็นอุปสรรคในการเข้าสังคมของผู้ที่อยู่บนสเปคตรัมนี้ Viviene จึงพัฒนาคอนเซ็ปต์ “SuperGlass” ร่วมกับ Google โดยต่อยอดจากงานชิ้นแรก ๆ ของเธอในการพัฒนาโปรเจกต์พิเศษให้ CIA ที่ต้องการ AI เพื่อวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าแบบเรียลไทม์สำหรับการตรวจจับการโกหก โดย AI ที่เธอร่วมพัฒนานั้นเรียนรู้ที่จะจดจำการแสดงออกทางสีหน้าของคนในกล้องและอนุมานอารมณ์ ณ เวลานั้น โดยเรียนรู้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แสดงอาการรังเกียจ เช่น รอยย่นของจมูกและริมฝีปากบนที่ยกขึ้น หรือความโกรธ ที่แสดงออกโดยคิ้วขมวดเข้าหากัน ตาพร่า และริมฝีปากหดลง อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ที่จะแยกแยะรอยยิ้มที่ปลอมออกจากรอยยิ้มจริง


ซึ่งเธอได้นำมาพัฒนาต่อยอดให้ SuperGlass กลายเป็นระบบที่สามารถจดจำสีหน้าและอารมณ์ และประมวลผลออกมาบนหน้าจอของแว่นตาให้ผู้สวมใส่รับรู้ข้อมูลผ่านหน้าจอว่าคนที่อยู่ต่อหน้ากำลังมีความสุข เศร้า โกรธ หรืออารมณ์อื่นใด ทำให้เด็ก ๆ ผู้มีอาการออทิสติกสามารถคงปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในสังคมได้ โดยผลวิจัยจาก Standford ชี้ว่า การใช้ SuperGlass ทำให้เด็ก ๆ ผู้มีอาการออทิสติกมีพัฒนาการเรียนรู้ทางภาษาบนใบหน้าดีขึ้น และต่อมา ผู้ใช้งานสามารถจดจำความหมายของการแสดงออกออกทางสีหน้าได้แม้ไม่ได้สวมใส่ SuperGlass อยู่อีกด้วย


Vivienne Ming และ Google Glass

ที่มา: https://www.thesun.co.uk/tech/


จากจุดเริ่มต้นของ Vivienne คุณแม่นักวิทยาศาสตร์ที่เพียงต้องการให้ลูกของเธอได้มีชีวิตธรรมดา รับรู้ และสัมผัสประสบการณ์ได้เช่นคนทั่วไป แต่ “พลังธรรมดา” ที่สุดแสนพิเศษสำหรับเด็กและผู้ใหญ่อีกมากมายนี้เอง ที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมที่ทำให้โลกทั้งใบเข้าใจกันและกันมากขึ้นอีกนิดนั่นเอง


Yamile Jackson: แม่ผู้มอบกอดและปลอบโยนแก่เด็กทุกคน



Yamile Jackson วิศวกรด้านการยศาสตร์และความปลอดภัย (Ergonomics and Safety Engineering)