Foodtech เปลี่ยนโลก EP.02 : Edible Packaging กินได้ไม่มีเหลือ



ทางเลือกของโลกใน EP. นี้ว่ากันด้วยเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของอาหาร ที่มักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้ขยะล้นโลก เพราะตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง อายุการใช้งานและการนำกลับมาใช้ซ้ำของบรรจุภัณฑ์หนึ่งนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มากไปกว่านั้นบรรจุภัณฑ์บางประเภทยังส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่งเสียอีก


แนวคิด “Sustainable Packaging” จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกของการลดปริมาณขยะ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต นำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งเรามักเห็นคำว่า “Eco-Friendly” ระบุบนฉลากสินค้าของแบรนด์ต่าง ๆ หรือการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแทนพลาสติก ไปจนถึงนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่นำเสนอความแตกต่าง เช่น บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปปลูกต่อ ระบบคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ซ้ำหรือนำไปผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่น หรือการใช้วัสดุให้น้อยที่สุดสำหรับหนึ่งผลิตภัณฑ์


แต่ในวันนี้ เทคโนโลยีในวงการ Foodtech กำลังจะทำให้แนวคิด “Sustainable Packaging” ให้เป็นมากกว่าการปกป้องผลิตภัณฑ์ มากกว่าการลดปัญหาขยะล้นโลก ด้วยการทำให้บรรจุภัณฑ์นั้นกินได้ เพื่อที่จะไม่ต้องเหลือขยะใดไว้ให้โลก และขยับเข้าใกล้การทำ Zero Waste อย่างแท้จริง


บรรจุภัณฑ์กินได้หรือ Edible Packaging คือ บรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มหรือ Foodtech ให้สามารถรับประทานได้เช่นเดียวกับอาหาร บรรจุภัณฑ์กินได้นั้นส่วนใหญ่ผลิตมาจาก Biopolymer หรือ โพลีเมอร์ชีวภาพ เช่น โปรตีน (เจลาติน กลูเตน ฯลฯ) , Polysaccharides (แป้ง), และไขมัน (Wax, Lipid ฯลฯ) เป็นต้น โดยประเภทของบรรจุภัณฑ์กินได้มี 2 ประเภท คือ ประเภทฟิล์มและประเภทสารเคลือบ โดยฟิล์มจะถูกสร้างแยกออกมาก่อน จากนั้นจึงนำไปใช้ห่อหุ้มอาหาร ในขณะที่สารเคลือบจะถูกผลิตและทาลงบนอาหารโดยตรง โดยอาจเป็นสารเคลือบหรือชั้นผิวระหว่างส่วนต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน และด้วยคุณสมบัติของโพลีเวอร์ชีวภาพจึงทำให้บรรจุภัณฑ์กินได้มีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพได้ เช่น หากเหลือพร้อมกับเศษอาหารก็สามารถนำไปบดผสมเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ หรือหากนำไปทิ้ง ก็ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติในระยะเวลาไม่นานนัก


ความนิยมและตลาดของ Edible Packaging

เพราะผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากขึ้น การมองหาสินค้าที่รักษ์โลกและเลือกใช้สินค้านั้นจึงมีมากขึ้นตามลำดับ มีผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันถึง 37% ตัดสินใจซื้อสินค้าที่สนับสนุนความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม และ 30% ยอมที่จะจ่ายเงินสูงกว่าให้กับสินค้าที่ประกาศชัดเจนว่ามีวิธีการผลิต จัดส่ง หรือใช้วัตถุดิบเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลก


บรรจุภัณฑ์กินได้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกก็กำลังเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน โดย Valuates Reports ได้มีการคาดการณ์ว่า ตลาด Global ของบรรจุภัณฑ์กินได้จะสูงถึง 581.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2027 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 3.5% ต่อปีภายในปี 2021-2027 ในขณะที่ Transparency Market Research พบว่า ความต้องการบรรจุภัณฑ์กินได้อาจเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 6.9% ต่อปีไปจนถึงปี 2024 และอาจกลายเป็นตลาดที่มีมูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก


มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์กินได้ โดยเริ่มจากการมองหาวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สาหร่าย แป้งมันฝรั่ง และโปรตีนจากนม เพื่อพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะที่กินได้ โดยบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฟิล์ม กระดาษห่อ และหลอด ก็ล้วนได้รับพัฒนาเพื่อให้เป็นบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ประกอบการรับประทานอาหารแบบกินได้ทั้งสิ้น ทำให้เริ่มมีผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์กินได้เข้ามาในตลาดมากขึ้น และเริ่มได้รับความสนใจจากบริษัทอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่ที่มองหาบรรจุภัณฑ์กินได้ให้กับสินค้าตัวเอง


ทั้งนี้ หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ แคปซูล Ooho จากแบรนด์ Notpla โดยสตาร์ทอัป Skipping Rocks Lab ในลอนดอน ที่พัฒนาบรรจุภัณฑ์ใส่ของเหลวไว้ในฟิล์มกันน้ำลักษณะเป็นบับเบิ้ลใสเหมือนหยดน้ำ ที่ทำมาจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลและแคลเซียมคลอไรด์ ให้ผู้บริโภครับประทานบรรจุภัณฑ์ไปพร้อมกับการดื่มน้ำที่บรรจุไว้ในแคปซูลนี้ได้เลย โดยตัวแคปซูลสามารถย่อยสลายได้เองใน 4-6 สัปดาห์ แคปซูลนี้ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ รับประทานได้ทั้งหมด และได้มีการต่อยอดแคปซูลมาใช้บรรจุเครื่องดื่มและของเหลวอื่น ๆ อาทิ ซอสมะเขือเทศ หรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์สำหรับเสิร์ฟในงานเลี้ยง งานกิจกรรม เป็นต้น


--- แคปซูล Ooho ---

ที่มา: https://www.facebook.com/notpla/


แคปซูลน้ำ Ooho เป็นที่รู้จักมากขึ้นในงานวิ่งมาราธอน ‘London Marathon 2019’ เมื่อผู้จัดงานต้องการลดการใช้ขวดน้ำพลาสติกและแทนที่ด้วยการแจกแคปซูลน้ำกินได้ให้กับนักวิ่งตลอดระยะทางกว่า 26.2 ไมล์ หรือราว 42 กิโลเมตร