Digital Clothes is the new fast fashion ที่จะไม่ทิ้งคาร์บอนฟุตปริ้นท์ให้กับโลก



แนวคิดของโลกเสมือนหรือ Metaverse ที่ขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงและหลุดออกมานอกเหนือจากวงการเกม ทำให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มพัฒนาสินค้าและบริการแบบดิจิทัลเพื่อรองรับโลกเสมือนมากขึ้น บางอุตสาหกรรมมีสินค้าดิจิทัลในโลกเสมือนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เพียงแต่ความเข้าใจของผู้คนที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลหรือการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลในครั้งแรกเริ่มของการเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์อาจไม่เท่ากับในทุกวันนี้ จึงทำให้สินค้าและบริการแบบดิจิทัลเป็นที่ยอมรับมากขึ้น หลายอุตสาหกรรมเริ่มมีหนทางให้กับตนเอง และ เสื้อผ้าดิจิทัล ผลผลิตจาก Digital Fashion คือหนึ่งในนั้น


เสื้อผ้าดิจิทัล คืออะไร


เสื้อผ้าดิจิทัล มีความหมายแบบตรงตัวคือเสื้อผ้าที่สวมใส่ในโลกดิจิทัล ไม่ใช่เสื้อผ้าจริง ๆ ที่จับต้องได้ทางกายภาพ แต่มีตลาดให้ซื้อหา มีมูลค่าให้จับจ่าย และมีความต้องการเพื่อใช้กับตัวตนดิจิทัลในโลกเสมือน เสื้อผ้าดิจิทัลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Fashion ที่หมายรวมถึง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่การเสพเทรนด์แฟชั่นผ่านโลกดิจิทัล แต่คือการสวมใส่แฟชั่นแบบดิจิทัลบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เรามีตัวตนอยู่


ที่มา: https://www.instagram.com/dressx/


การสวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัล มีวิธีการตั้งแต่ ผู้ซื้อไปยัง pop-up store ของแบรนด์ที่วางขายเสื้อผ้าดิจิทัล เลือกเสื้อผ้าดิจิทัลแล้วส่องกระจกที่หน้าร้าน ที่เมื่อส่องแล้วจะปรากฎเสื้อผ้าดิจิทัลแบบที่ผู้ซื้อเลือกไว้ มาทาบทับกับตัวเองบนกระจกนั้น ได้เห็นทันทีว่าหากสวมใส่แล้วจะเป็นอย่างไร จากนั้นทางแบรนด์ก็จะปรินท์ภาพออกมาหรือส่งไฟล์ภาพผ่านอีเมลให้ผู้ซื้อ หรือแม้ว่าอาจยังไม่ได้ซื้อ ก็จะได้เห็นลุคของตัวเองกับเสื้อผ้าดิจิทัลนั้น ๆ


หรือแบบที่ผู้ซื้อเลือกเสื้อผ้าจากแบรนด์เสื้อผ้าดิจิทัลที่ต้องการผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน จากนั้นส่งรูปถ่ายของตัวเองไปให้แบรนด์ โดยแบรนด์ก็จะตัดต่อรูปของผู้ซื้อที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกเลือกอย่างมืออาชีพ แล้วส่งกลับมาให้ผู้ซื้อ เพื่อนำไปใช้บนโลกดิจิทัลเพื่อนำเสนอตัวตนบนแฟชั่นดิจิทัล เสมือนว่าได้ใส่จริง


ชุดวอร์มเมทัลลิก เสื้อผ้าดิจิทัลจากแบรนด์ Carlings

ที่มา: https://www.forbes.com/sites/


การสวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัลอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของโลกอนาคต แต่ที่จริงแล้ว เสื้อผ้าดิจิทัลถือเป็นเรื่องปกติของแวดวงเกมเมอร์ที่มีการแต่งตัวในโลกเสมือนมาอย่างยาวนาน สำหรับคอเกม เสื้อผ้าดิจิทัลจะอยู่ในรูปแบบของ "สกิน" ซึ่งคือชุดและอาวุธที่ตกแต่งให้ตัวละครในเกม หรือเลือกใส่ในอวาตาร์ของเรา ใน Fortnite สกินทั่วไปมีราคาระหว่าง 2-20 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีไว้เพื่อความสวยงาม นำเสนอตัวตนและไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถของผู้เล่น แสดงถึงตลาดสำหรับการนำเสนอตัวตนเสมือนจริงผ่านเสื้อผ้าดิจิทัล เพราะสกินที่หายากและพิเศษที่สุดบางชิ้น เช่น Skull Trooper Skin มีราคาหลายพันดอลลาร์สหรัฐ


Skull Trooper Skin จาก Fortnite

ที่มา: https://fortniteskins.net/outfits/skull-trooper/


Digital Clothes vs. Fast Fashion


เสื้อผ้าดิจิทัลไม่ใช่แค่แฟชั่นบนโลกเสมือนในเกม แต่แผ่ขยายอาณาเขตความต้องการมาสู่ไลฟ์สไตล์ของคนทั่วไปในโลกดิจิทัลมากขึ้น บางคนต้องการใส่เสื้อผ้าดิจิทัลเพื่อโพสต์รูปตนเองกับแฟชั่นนั้นลงบนโซเชียลมีเดีย จึงมีการคาดการณ์ว่า เสื้อผ้าดิจิทัลจะกลายเป็นโอกาสในการกำหนดรูปแบบธุรกิจใหม่ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกความเป็นจริง แม้ว่าในปัจจุบัน อาจดูเข้าใจได้ยากว่าแฟชั่นในโลกเสมือนกับโลกความเป็นจริงจะมาบรรจบหรือทดแทนกันได้อย่างไร


แต่ในขณะเดียวกัน ทุกวันนี้ กระแสการบริโภคแฟชั่นแบบมาไวไปไว หรือ Fast Fashion ที่เป็นการผลิตเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็ว ต้นทุนต่ำทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและแรงงาน เพื่อให้ได้เสื้อผ้าตามเทรนด์ในเวลานั้น ในราคาถูก เข้าถึงได้ ใส่ไม่กี่ครั้งก็พร้อมเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นเรื่อย ๆ ทำให้ภาคการผลิตและขนส่งของอุตสาหกรรมแฟชั่นและแบรนด์เสื้อผ้าบางแบรนด์ในโลกความเป็นจริงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายรูปแบบ อาทิ ต้นเหตุของภาวะเรือนกระจก มลพิษทางน้ำจากกระบวนการผลิต ขยะเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว หรือกระทั่งการจ้างแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น


กองขยะเสื้อผ้ามือสองและเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วจากทั่วโลกที่ประเทศชิลี

ที่มา : https://www.scmp.com/made-china-dumped-chile


ในขณะที่ผลพวงจากความต้องการ Fast Fashion กำลังเป็นที่ถกเถียงถึงการสร้างความไม่ยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ เสื้อผ้าดิจิทัลก็กำลังเป็นที่พูดถึงว่า จะเข้ามาแทนที่อุปทานของผู้คนที่ต้องการใส่เสื้อผ้าแบบไม่ซ้ำ ใส่ครั้งเดียวทิ้ง ต้องการนำเสนอตัวตนในโลกโซเชียลบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมากกว่าโลกแห่งความเป็นจริง เสื้อผ้าดิจิทัลจึงมาตอบโจทย์การสะท้อนภาพลักษณ์ตนเองบนโลกเสมือนแบบนำสมัย ไม่ตกเทรนด์ ไม่ซ้ำใคร ใส่เสื้อผ้าใหม่ได้บ่อยและเพราะไม่มีการผลิตเป็นกายภาพจริง ๆ จึงไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายให้กับโลกใบนี้


รองเท้าดิจิทัลจากแบรนด์ The Fabricant x Buffalo London

ที่มา: https://www.instagram.com/the_fab_ric_ant/


เมื่อแฟชั่นแบรนด์ลงมาเล่นในสมรภูมิเสื้อผ้าดิจิทัล


หลายแฟชั่นแบรนด์ให้ความสนใจในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าดิจิทัลมากขึ้นทั้งที่เป็นแบรนด์แฟชั่นดั้งเดิมและแบรนด์ที่ผลิตออกมาเพื่อขายให้โลกเสมือนที่เดียวเท่านั้น ทั้งที่อยู่ในเกมและทั้งที่ให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมได้สวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัลเพื่อตอบสนองรสนิยมแฟชั่นส่วนตัว หรือกระทั่งความต้องการใส่เสื้อผ้าแบบที่ชีวิตจริงหาใส่ไม่ได้ หรือไม่กล้าใส่ อาทิ


  • Carlings แบรนด์ค้าปลีกในสแกนดิเนเวียและเป็นผู้นำตลาดยีนส์ ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นเสื้อผ้าดิจิทัลชุดแรกของโลกเมื่อปี 2018 โดยให้ลูกค้าส่งรูปถ่ายมาที่แบรนด์และมีทีมนักออกแบบ 3 มิติช่วยปรับแต่งและสวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัลให้แก่ลูกค้า ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนเป็นที่มาของคอลเลกชั่นเสื้อยืดแบบ AR (Augmented Reality) ครั้งแรกของโลกในปีถัดมาชื่อ “The Last Statement T-Shirt” ที่ใช้เทคโนโลยี Spark AR เชื่อมกับสมาร์ตโฟนของลูกค้า ที่เมื่อส่องไปที่เสื้อยืด AR ของ Carlings มันก็จะขึ้นดีไซน์เสื้อยืดให้เห็นแบบที่สามารถเปลี่ยนแบบได้มากมายชนิดที่ไม่ต้องซื้อเสื้อยืดใหม่ไปได้อีกเป็นโหลเลยทีเดียว


The Last Statement T-Shirt จากแบรนด์ Carlings

ที่มา: https://uxplanet.org/why-digital-clothing-is-2021s-most-exciting-tech-trend


  • The Fabricant แบรนด์เสื้อผ้าที่นำเสนอเสื้อผ้าแบบดิจิทัลเป็นเจ้าแรก ๆ มาตั้งแต่ปี 2019 มีทั้งเสื้อผ้าแบบ 3 มิติและรองเท้าสุดแฟนซี โดย The Fabricant เป็นแบรนด์แรกที่มีการทำเสื้อผ้าดิจิทัลขายผ่านบล็อกเชน โดยสามารถทำราคาได้สูงถึงตัวละ 9,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ ตัวละ 3 แสนบาทไทย ที่มีให้ใส่ได้บนโลกดิจิทัลเท่านั้น!