จากต้นทางสู่ต้นแขน บล็อกเชนกับวัคซีนโควิด-19

Updated: Mar 15



เมื่อวาระสำคัญของโลกในตอนนี้หนีไม่พ้นการรณรงค์ให้ประชาชนรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แน่นอนว่าหลาย ๆ ประเทศจึงกำลังเผชิญกับการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป รวมถึงคำถามถึงประสิทธิภาพของวัคซีนแต่ละประเภทที่แต่ละประเทศจัดหามาให้ประชาชน แต่เพราะวัคซีนโควิด-19 นั้นถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาในระยะเวลาอันจำกัดเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดให้ได้เร็วที่สุด แม้จะมีการทดสอบทางคลินิคในอาสาสมัครก่อนนำมาใช้งาน กระนั้นประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 ของตัววัคซีนเองก็ยังเป็นที่ถกเถียง ทั้งการตอบสนองของแต่ละบุคคล ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้รับ ปริมาณฉีดที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน การตกลงของภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อฉีดครบโดสในวัคซีนบางประเภท หรือคำถามถึงความปลอดภัยในระยะยาวของการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์แบบใหม่ในวัคซีน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งสิ้น หากแต่การคงประสิทธิภาพของวัคซีนที่ถูกนำมาใช้ให้ได้มากที่สุด ครบถ้วนที่สุดนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่เทคโนโลยีมีคำตอบให้


ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนเพื่อใช้รักษาโรคอะไร การคงประสิทธิภาพของวัคซีนตัวดังกล่าวคือหัวใจหลักในการทำให้แน่ใจว่าวัคซีนตัวนั้นจะทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ความสำคัญตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิต จัดเก็บ กระจาย ไปถึงต้นแขนของผู้รับ จึงไม่ใช่เพียงแค่จัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น แต่การตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสและเชื่อถือได้ตลอดขั้นตอนนี้เป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะแม้แต่ประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นเองก็ตาม เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่เมืองคาวาซากิใกล้กับกรุงโตเกียว ก็เพิ่งประสบกับปัญหาการเก็บรักษาวัคซีนโควิด-19 ไม่เหมาะสมจนเป็นเหตุให้ต้องทิ้งวัคซีน ไปกว่า 6,400 โดส เนื่องจากอุณหภูมิของตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษาวัคซีนโควิด-19 ขัดข้องและกว่าจะมีผู้พบปัญหานี้ก็ผ่านไปแล้วกว่า 2 วัน หรือแม้แต่ที่สหรัฐอเมริกาเองในช่วงแรกของการทดลองวัคซีนเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ก็มีผลสำรวจจาก Pew Research Center ที่ระบุชัดว่าการยอมรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของชาวอเมริกัน มีความสัมพันธ์กับกระบวนพัฒนาวัคซีนตลอดทั้งกระบวนการ โดยมีชาวอเมริกันมากถึง 77% เห็นว่าวัคซีนถูกอนุมัติในเวลาที่รวดเร็วเกินไปก่อนที่ประสิทธิภาพของวัคซีนจะถูกเข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ายังมีกังวลถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของตัววัคซีน จึงมีการพูดถึงเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นพระเอกช่วยในการบริหารจัดการวัคซีนอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทางเพื่อสร้างความเชื่อมันต่อประสิทธิภาพของวัคซีน และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) คือคำตอบ


ที่มา: https://www.matichon.co.th/lifestyle/health-beauty/news_2720976


บล็อกเชนไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่วงการ Cryptocurrency


เราอาจคุ้นเคยว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นมีความเชื่อมโยงกับสกุลเงินบนโลกดิจิทัล เพราะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ Bitcoin ใช้ในระบบการจัดการฐานข้อมูล (Data structure) เพื่อยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม การแลกเปลี่ยน หรือการโอนเงิน เพื่อให้การซื้อขายสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์นี้มีความปลอดภัย แต่บล็อกเชนไม่ได้มีดีแค่ในแวดวงของสกุลเงินบนโลกดิจิทัลเท่านั้น มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้จริงแล้วนั่นก็คือ อุตสาหกรรมอาหาร ตัวอย่างเช่น IBM Food Trust™ ที่เป็นเจ้าแรกของโลกในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานอาหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยร่วมมือกับแบรนด์ผู้จัดจำหน่ายอาหารชั้นนำอย่าง Walmart, Nestlé และ Dole ด้วยการใช้บล็อกเชนในการติดตามกระบวนการผลิตสินค้าจากฟาร์มจนถึงชั้นวางไปจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค โดยการเขียน smart contract หรือการเขียนชุดคำสั่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ควบคุมการทำงานของชุดข้อมูลบนระบบบล็อกเชน เพื่อให้ดำเนินการได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบถ้วนตามที่กำหนด โดยเขียนให้มีระบบการติดตาม บันทึก จัดการ และประเมินการปนเปื้อนหรือเน่าเสียที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าหรืออาหารนั้น ๆ ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และที่ไหน พร้อมแจ้งเตือนทันที เพื่อป้องกันก่อนส่งต่อสินค้าหรืออาหารชนิดนั้นไปถึงมือผู้บริโภค สามารถลดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการระบุจุดที่แน่นอนที่เกิดการเจือปนของอาหารจากสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่วินาที ในทางกลับกันผู้บริโภคเองก็สามารถตรวจสอบที่มาของสินค้าหรืออาหารนั้น ๆ ตั้งแต่ฟาร์มที่ปลูก โรงงานที่ผลิตและบรรจุภัณฑ์ บริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าไปจนถึงร้านค้าที่นำสินค้าและอาหารชนิดนี้ขึ้นวางจำหน่ายได้ ต่างจากการขนส่งสินค้าในรูปแบบเดิมที่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการจัดการข้อมูลและบางครั้งเกิดความผิดพลาด และใช้เวลานานในการตรวจสอบ บล็อกเชนซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง จึงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความมั่นใจว่าปลอดภัย โปร่งใสและตรวจสอบได้


---ระบบติดตาม ตรวจสอบและประกันคุณภาพน้ำมันมะกอกแบรนด์ Terra Delyssa ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนจาก IBM Food Trust™---


ที่มา: https://newsroom.ibm.com/2020-11-11-IBM-Food-Trust-Delivers-Traceability-Quality-Assurance-to-Major-Olive-Oil-Brands-with-Blockchain.