เรียนออนไลน์ ไปต่อหรือพอแค่นี้ กับหลากหลายเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นจริงได้



เมื่อโควิด-19 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวขนานใหญ่ในทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่โลกของการศึกษาที่ถูก Disrupt จนทำให้วิถีการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนจากการเรียนในห้องเรียนไปสู่การเรียนผ่านหน้าจอแบบฉับพลัน ครู นักเรียน และผู้ปกครองต้องปรับตัวเองให้เข้าสู่โหมดการเรียนการสอนออนไลน์ที่กลายเป็นการศึกษาภาคบังคับด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาจึงเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เมื่อการเรียนผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มจากบ้านเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศตั้งแต่ต้นปี 2020 เห็นได้จากตลาดของ Educational Technology หรือ Edtech ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงการแพร่ระบาดของโรค


โดยผลวิเคราะห์จาก HolonIQ แพลตฟอร์มเทรนด์ข้อมูลและงานวิจัยทางการศึกษา พบว่าแรงผลักดันจากโควิด-19 ทำให้ภายในปี 2025 ตลาด Edtech ทั่วโลกจะเติบโตมีมูลค่าถึงสี่แสนสี่พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 หรือมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16.3% ต่อปี ในขณะเดียวกันก็จะเห็นบริการของ Edtech ที่เพิ่มขึ้นอย่างหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้เรียน และผู้สอน



ที่มา: https://www.holoniq.com/


เมื่อเทรนด์การเรียนการสอนแบบออนไลน์น่าจะยืนระยะไปอีกนาน Tech by True Digital จะพาไปดูตัวอย่างบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีด้านการศึกษา ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวช่วยในการเรียนรู้ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มในยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ช่วยให้ผู้เรียนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ทั้งความรู้เหมือนในห้องเรียน ได้ความสนุกสนานและช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไปในเวลาเดียวกัน บางนวัตกรรมช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์หรือ Critical thinking อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาอย่างที่ทั้งเข้าใจผู้สอน ผู้เรียน และส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง อาทิ


  • Ruangguru สตาร์ทอัป Edtech จากกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ได้เปิดตัว 18 ช่องเรียน ออนไลน์แบบ Livestreaming และ superApp โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับนักเรียนกว่า 50 ล้านคน หลังรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์และปิดโรงเรียนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา


Ruangguru ขึ้นอันดับต้น ๆ ของยอดการดาวน์โหลดบนชาร์ตแอปสโตร์ในช่วงล็อกดาวน์เพราะออกแบบการเรียนรู้แบบให้เด็กมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการมีครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญบนหน้าจอ แอนนิเมชั่นสนุก ๆ การเขียนสตอรี่บอร์ดแบบรอบคอบและระมัดระวังการใช้เนื้อหา การสร้างโพลที่ให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบได้ เป็นต้น


ที่มา: https://www.ruangguru.com/


การออกแบบนวัตกรรมเพื่อการศึกษาออนไลน์ของ Ruangguru นี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอินโดนีเซียนั้นค่อนข้างล้าหลังเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในเอเชีย ดังนั้นการศึกษาออนไลน์ผ่านช่องทางของ Ruangguru จะช่วยป้องกันไม่ให้ช่องว่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กอินโดนีเซียกว้างขึ้นกว่าเดิมเพียงเพราะมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19


  • Skillshare หนึ่งในแพลตฟอร์มสำหรับบทเรียนแบบวิดีโอ ในช่วงการระบาดของโควิด-19 Skillshare ได้ก้าวไปสู่การเป็นชุมชนการเรียนรู้ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 12 ล้านคน เฉพาะปี 2020 ในช่วงการระบาดนั้นมียอด subscriber ถึง 3 ล้านคน และมีการเลือกเรียนคลาสออนไลน์กว่า 30,000 คลาสด้วยหัวข้อที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหัวข้อเรียนส่วนใหญ่ใน Skillshare ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเป็นคลาสสำหรับงานอดิเรก เช่น การวาดภาพสีน้ำ การถ่ายภาพ เป็นต้น ซึ่งในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังได้รับความสนใจจากลูกค้าองค์กรมากขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า


  • Homer แอปพลิเคชันพัฒนาการอ่านของวัยเด็กที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2013 โดยใช้แนวทางการวิจัยเพื่อสร้างทักษะการอ่านในเด็กอายุ 2-8 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ประสบปัญหามากที่สุดในการเปลี่ยนผ่านไปเรียนแบบการเรียนรู้เสมือนจริงหรือ Virtual Learning ซึ่งหลังจากการปิดโรงเรียนทำให้ผู้ปกครองของเด็กในวัยนี้ต้องหาทางออกเพื่อให้การเรียนรู้ของลูกยังเดินหน้าต่อไปได้ โดย Homer เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในช่วงล็อกดาวน์ โดยมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย 75% ของสมาชิกใช้เวลาไปกับการเรียนถึง 5 บทเรียนในหนึ่งวัน


ที่มา: https://learnwithhomer.com/


  • Read Together to prevent the novel Coronavirus แพลตฟอร์มดิจิทัลในฮ่องกง ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่บ้าน (Home Schooling) โดยมีการรวบรวมสื่อการเรียนมากกว่า 900 แบบทั้งวิดีโอ หนังสือ หรือเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ องค์กรด้านการศึกษามากกว่า 60 แห่งในฮ่องกง รวมไปถึงสำนักพิมพ์ สื่อ และอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ตั้งใจจะพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ต่อไปแม้ยุคหลังการระบาดของโควิด-19 ก็ตาม


สำหรับประเทศไทยเองก็มีบริษัทเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพิ่มมากขึ้นในหลากหลายสายการเรียนรู้ ทั้งเพื่อการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม การเรียนการสอนแบบในห้องเรียน การกวดวิชาติวสอบ หรือคอมมูนิตี้สำหรับวิชาชีพครู เป็นต้น โดยตัวอย่างของบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในไทย อาทิ


  • insKru แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ครูเพื่อแบ่งปันไอเดียจากครูทั่วประเทศ จากความเชื่อที่ว่าครูที่สอนเก่ง และมีไอเดียการสอนดี ๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเกิดเป็นแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมให้ครูสามารถส่งต่อไอเดียไ