รักยุคใหม่ เทคโนโลยีช่วยอะไรบ้าง



ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปในยุคปัจจุบันที่ความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเพื่อน พาร์ทเนอร์ หรือคู่รัก จะมีจุดเริ่มต้นจากโลกออนไลน์ เมื่อเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการสื่อสารเข้ามามีบทบาทในหลากหลายมิติของชีวิตประจำวัน เพื่อต้อนรับเดือนแห่งความรักนี้ Tech By True Digital จะขอพาทุกคนไปดูว่า ความรัก ความสัมพันธ์และการออกเดตยุคใหม่ เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยอะไรบ้าง


การหาคู่ออนไลน์หรือ Online Dating เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ให้บริการมากมายที่พร้อมตอบโจทย์การหาคู่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ มีการประเมินมูลค่าการเติบโตของตลาด Online Dating ทั่วโลกว่าจะมีการเติบโตถึง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 โดย eharmony แพลตฟอร์มให้บริการหาคู่ออนไลน์จากแคลิฟอร์เนีย และแอปพลิเคชันที่ได้รับการโหวตให้เป็นแอปหาคู่ที่น่าเชื่อถือที่สุดในปี 2020 ก็คาดการณ์ว่าภายในปี 2031 มากกว่า 50% ของคู่รักจะเริ่มต้นความสัมพันธ์จากบริการหาคู่ออนไลน์


--- Online Dating Apps---

ที่มา: https://medium.com/


ทั้งนี้ ความนิยมที่พุ่งขึ้นสูงอาจอนุมานได้ว่าถูกเร่งขึ้นด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การพบเจอกันในสถานที่ต่าง ๆ เป็นไปได้ยากขึ้น ผู้คนขาดปฎิสัมพันธ์จากการกักตัวอยู่บ้าน ทำให้ความต้องการในการมองหาความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะในสถานะเพื่อนหรือคนรักสูงยิ่งขึ้น รวมทั้งความสะดวกจากแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันในการช่วยคัดกรองความต้องการและลักษณะนิสัยของผู้ใช้งาน ยิ่งทำให้การเริ่มต้นความสัมพันธ์สะดวกขึ้นอีกด้วย


การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดทำให้ธุรกิจ Online Dating เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ AI เข้ามาทำให้บริการของแบรนด์ตนเองแตกต่างจากคู่แข่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


---Landscape ของธุรกิจหาคู่ออนไลน์ ที่ใช้เทคโนโลยี AI ในบริการของตนเอง ---

ที่มา: https://datarootlabs.com/


AI เพิ่มประสิทธิภาพในการจับคู่ให้แม่นยำขึ้น


การแมตช์คนให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน เป็นจุดประสงค์หลักของบริษัท Online Dating ที่นำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้คนสามารถออกเดตออฟไลน์หรือเจอตัวกันได้ในที่สุด โดยข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในแอปของผู้ใช้ประกอบกับโปรไฟล์ของผู้ใช้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ AI ที่ใช้กระบวนการ Machine Learning สามารถเรียนรู้และประมวลผลด้วยอัลกอริธึมออกมาเป็นชุดข้อมูลสำคัญส่งต่อไปยังผู้ใช้งาน ซึ่งหลายบริษัทปรับอัลกอริธึมของการแมตช์ให้สามารถซับซ้อนมากขึ้นกว่าแค่ดูลักษณะทางกายภาพภายนอก โดยดูไปถึงรายละเอียดเบื้องลึกต่าง ๆ เช่น บุคลิกภาพของผู้ใช้งาน รสนิยมทางดนตรี ความเชื่อ ทัศนคติ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีแอปชื่อดังหลายเจ้าที่ใช้หลักการนี้ อาทิ


  • Hinge แอปหาคู่ออนไลน์ที่วาง positioning ตัวเองไว้ว่าเป็นแอปหาคู่ที่จะทำให้คนเลิกใช้แอปหาคู่ได้ในที่สุด เพราะจะได้เจอคู่แท้ของตัวเอง ใช้ Machine Learning และอัลกอริธึมที่ส่งรายการแนะนำคู่รายวัน ให้กับผู้ใช้งานตามพฤติกรรมการใช้งานแอปที่ผ่านมาของผู้ใช้งานรายนั้น ๆ โดยในปี 2018 Hinge ได้เปิดตัวฟีเจอร์ชื่อ "We Met" ที่ให้ผู้ใช้งานที่ถูกจับคู่ตอบแบบสำรวจส่วนตัวสั้น ๆ ว่าทั้งคู่ได้พบกันแบบออฟไลน์หรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำหน้าที่เป็นการป้อนข้อมูลกลับเพื่อสอนอัลกอริธึมว่าการจับคู่แบบไหนที่จะประสบความสำเร็จ


  • Tinder ให้คะแนนผู้ใช้งานโดยคำนวณจากอัตราการปัดขวา และอัตราการปัดซ้ายก่อนเปลี่ยนใจกลับมาปัดขวาในภายหลัง รวมถึงโปรไฟล์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้อัลกอริธึมตีความว่า ผู้ใช้งานคนนี้เป็นคนลักษณะแบบไหน มีอารมณ์ ความตั้งใจ หรือชื่นชอบกิจกรรมแบบใด เพลย์ลิสต์แบบไหนที่ชอบฟัง แล้วประมวลผลออกมาเป็นคะแนนของผู้ใช้รายนี้ แล้วแนะนำผู้ที่มีคะแนนเท่ากันให้ เนื่องจากมองว่าเป็นคะแนนของความเข้ากันได้ ที่น่าจะแมตช์ความต้องการได้ดีที่สุด


---ฟีเจอร์ Music Mode จากแอป Tinder---

ที่มา: https://www.tinderpressroom.com/


  • Badoo มีฟีเจอร์ค้นหาคนหน้าเหมือนคนดังในฐานข้อมูลของแอป ชื่อ Celebrity Lookalike ให้ผู้ใช้อัปโหลดรูปภาพของคนดังที่ชอบ หรือบุคคลทั่วไป เช่น แฟนเก่า คนรู้จัก แล้วอัลกอริธึมจะแสดงรูปภาพของผู้ใช้รายอื่นในแอปที่คล้ายกับตัวเลือกที่ฟิลเตอร์ไว้ให้มากที่สุด


AI เพื่อจับคู่โดยใช้วิทยาศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์เป็นตัวนำ


มีบางคนที่เชื่อว่า ความรักที่ยั่งยืนนั้นถูกกำหนดไว้แล้วถึงในระดับพันธุกรรม การจับคู่โดยแมตช์ DNA หรือหลักการด้านจิตวิทยา และพฤติกรรมศาสตร์แขนงต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่นำแนวคิดดังกล่าวมาให้บริการ เช่น


  • DNA Romance บริษัทหาคู่ที่ใช้ AI เพื่อจับคู่จากการคาดการณ์เคมีความเข้ากันได้ของผู้ใช้งาน โดยดูจากรายละเอียดส่วนตัวที่ถูกส่งมาจากผู้ใช้งานนั้น ๆ แล้วให้ AI วิเคราะห์ความเข้ากันได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ก่อนจับคู่ให้เข้ากันมากที่สุด


  • Say Allo จากแคนาดา ที่เจาะกลุ่มความเชื่อทางหลักพฤติกรรมศาสตร์ด้วยการนำเสนอ การจับคู่ตามหลักความเข้ากันได้ตามวิธี Cognitive Behavior Therapy (CBT) หรือการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม โดยใช้ AI ทำความเข้าใจความคิด ความเชื่อ การรับรู้ และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน แล้วเสนอคำแนะนำที่ปรับให้ตรงกับผู้ใช้งานเป็นราย ๆ ไป เป็นต้น


---แอปพลิเคชัน DNA Romance---

ที่มา: https://www.facebook.com/RomanceDNA


AI เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกเดต


เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ตนเอง บางบริษัทหาคู่ออนไลน์ใช้ AI เพื่อมอบประสบการณ์การออกเดตและอำนวยความสะดวกก่อนตัดสินใจจะออกเดตให้ดีที่สุด โดยบางเจ้ามีการใช้ Natural Language Processing (NLP) หรือเทคโนโลยีประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและวิเคราะห์ภาษาแชททั่วไปของคนได้มากขึ้นเข้ามาช่วย


  • AIMM ใช้ AI แบบเต็มรูปแบบในโปรแกรมการสนทนาทั้งแบบข้อความ โทร และวิดีโอคอล ทั้งการจดจำใบหน้าล่าสุด และการออกแบบการสนทนาให้ผู้ใช้งาน โดยเริ่มต้นจากที่ AIMM จะประมวลคำถามหลายชุดให้ผู้ใช้งานตอบ เพื่อหาคู่ที่เหมาะสมที่สุดให้ จากนั้นอัลกอริธึมจะเริ่มส่งคู่แนะนำให้เป็นคราวละคนไป ให้คำปรึกษาว่าการเริ่มต้นบทสนทนาควรเป็นแบบไหน และมีการกำหนดเวลาที่เหมาะสมเพื่อแนะนำว่า เมื่อไหร่ที่ผู้ใช้งานควรละจากการสนทนาแบบข้อความ แล้วเริ่มต้นโทรหาคู่ที่ถูกแมตช์ให้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำภายหลังจบการสนทนาด้วยว่าควรปรับปรุงอย่างไรในครั้งหน้า


  • Loveflutter ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และพฤติกรรมการส่งข้อความ เพื่อวิเคราะห์บทสทนาจากการแชทระหว่างคู่ที่แมตช์ให้เพื่อพิจารณาการเข้ากันได้ของคู่ที่ถูกแมตช์ แล้วแนะนำว่าควรพบกันเมื่อไหร่ และแนะนำสถานที่ที่จะไปในครั้งแรก โดยเลือกที่ที่อยู่ห่างจากบ้านของทั้งคู่ในระยะทางเท่า ๆ กัน โดยใช้ข้อมูลจาก Foursquare เพิ่มเติมด้วย